ระบบ MRP · วางแผนความต้องการวัตถุดิบ

ซื้อเฉพาะส่วนที่ขาด ไม่ซื้อเกินกว่านั้น

การวางแผนความต้องการวัตถุดิบที่หักความต้องการจริงของงานออกจากสต๊อกว่างและของที่สั่งไว้แล้ว ทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกับสูตรการผลิตของคุณ

ปัญหา

โรงงานที่ไม่มี MRP มักแกว่งอยู่ระหว่างความผิดพลาดสองแบบเดิม

สต๊อกล้น หรือไลน์หยุดรอของ และส่วนใหญ่เกิดทั้งสองอย่างพร้อมกันในสัปดาห์เดียวกัน แค่คนละรายการ

เงินสดไปนอนอยู่บนชั้นวาง

สั่งของตามความรู้สึกแทนที่จะสั่งตามความต้องการจริง ทำให้ต้องเผื่อสต๊อกไว้ทุกตัว บนหน้างานมันดูเหมือนความรอบคอบ แต่ในงบดุลมันคือปัญหาเงินทุนหมุนเวียน

รู้ว่าของขาดในวันที่ต้องผลิต

ไม่มีใครหักความต้องการออกจากของที่ผูกไว้แล้ว วัตถุดิบที่ขาดจึงโผล่มาตอนที่งานถูกจัดคิวผลิตพอดี ซึ่งเป็นจังหวะที่ทุกทางเลือกแพงไปหมด

สั่งซ้ำซ้อน

ฝ่ายจัดซื้อมองไม่เห็นใบสั่งซื้อที่ฝ่ายผลิตเปิดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน จึงเปิดใหม่อีกใบ ของล็อตที่สองคือสต๊อกที่คุณไม่ต้องการ ในราคาที่คุณไม่ได้ต่อรอง

จุดสั่งซื้อที่ไม่มีใครกลับไปทบทวน

ยอดขั้นต่ำที่ตั้งไว้เมื่อสามปีก่อนสำหรับรูปแบบความต้องการที่ไม่มีอยู่แล้ว ยังคงสั่งของเข้ามาทุกเดือนอย่างเงียบ ๆ

สิ่งที่เปลี่ยนไป

แผนจัดซื้อที่หยิบไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องตรวจซ้ำ

เงินทุนหมุนเวียนเลิกซ่อนอยู่ในสต๊อก

สต๊อกเผื่อกลายเป็นตัวเลขที่คุณตั้งใจกำหนด แทนที่จะเป็นนิสัยที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ

ของขาดโผล่มาตอนที่ยังแก้ทัน

แผนมองความต้องการทะลุผ่านสูตรการผลิตลงไปถึงระดับวัตถุดิบ ช่องว่างจึงปรากฏล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ไม่ใช่เช้าวันผลิต ซึ่งมีค่ามากเมื่อวัตถุดิบต้องนำเข้าและมี lead time เป็นเดือน

จัดซื้อกับผลิตเลิกเดาใจกัน

ทั้งสองฝ่ายทำงานจากยอดสุทธิชุดเดียวกัน ใบสั่งซื้อใบที่สองจึงไม่เคยถูกเปิด

วิธีทำงาน

ใส่ความต้องการเข้าไป ได้แผนจัดซื้อออกมา

สี่ข้อมูลนำเข้า หนึ่งคำตอบ คำนวณใหม่จากรายการจริง ไม่ใช่จากไฟล์ที่ส่งออกมาสัปดาห์ละครั้ง

01

ความต้องการ

ใบสั่งขาย ใบงาน และยอดพยากรณ์ — สิ่งที่รับปากลูกค้าไปแล้วจริง ๆ กระจายผ่านสูตรการผลิตลงไปถึงระดับวัตถุดิบ

02

อุปทาน

สต๊อกว่างในทุกคลังและทุกตำแหน่งจัดเก็บ รวมกับของที่อยู่บนใบสั่งซื้อซึ่งยังไม่ปิดและกำลังจะเข้า

03

หักลบ

ความต้องการลบด้วยอุปทาน เทียบกับระดับเติมเต็มที่คุณตั้งไว้ เหลือออกมาเฉพาะส่วนที่ขาดจริงเท่านั้น

04

ซื้อหรือผลิต

ออกใบสั่งซื้อให้ผู้ขายที่คุณเลือก พร้อมปันส่วนต้นทุนนำเข้าอัตโนมัติ หรือเปิดใบสั่งผลิตถ้าคุณทำชิ้นส่วนนั้นเอง

สิ่งที่ MRP ตั้งอยู่บน

MRP ดีได้เท่ากับสูตรการผลิตที่รองรับมันอยู่

ซึ่งเป็นเหตุผลที่ BOS ปฏิบัติกับ BOM เป็นส่วนสำคัญของระบบ ไม่ใช่แค่ฟิลด์หนึ่งในทะเบียนสินค้า

สูตรการผลิตและขั้นตอนงาน
ของทำจากอะไรและผลิตอย่างไร รองรับหลายระดับ คิดราคาจากเรตปัจจุบัน
ตัวกำหนดค่าสินค้า
รุ่นย่อยและตัวเลือก โดยไม่ต้องสร้าง BOM ใหม่ทุกรูปแบบ
หลายหน่วยนับ
ซื้อหน่วยหนึ่ง เก็บอีกหน่วยหนึ่ง ใช้อีกหน่วยหนึ่ง ให้ระบบเป็นฝ่ายแปลงหน่วยให้
ผู้ขายหลายรายต่อหนึ่งรายการ
พร้อมราคาและระยะเวลาส่งมอบของแต่ละราย แผนจึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วคุณจะซื้อจากใคร
ระดับเติมเต็มที่คุณคุมเอง
ยอดต่ำสุด ยอดสูงสุด และจุดสั่งซื้อ ตั้งโดยคุณและมองเห็นได้ ไม่ได้ฝังอยู่ในนิสัยการสั่งของ
ติดตามล็อตและซีเรียล
สาวกลับจากสินค้าสำเร็จรูปไปถึงล็อตวัตถุดิบ อยู่ในทะเบียนชุดเดียวกับที่ MRP อ่าน

ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่มักได้ยินเรื่อง MRP

  • “MRP กับ ERP ต่างกันอย่างไร” MRP ตอบคำถามเดียวคือจะซื้อหรือผลิตอะไร เมื่อไร ส่วน ERP คือระบบที่เก็บสูตรการผลิต สต๊อก ใบสั่งซื้อ และบัญชี ซึ่ง MRP ต้องใช้เพื่อตอบคำถามนั้นให้แม่น ที่นี่ MRP เป็นโมดูลหนึ่งของ ERP
  • “ต้องมีข้อมูลสต๊อกที่ถูกต้องก่อนไหม” สุดท้ายต้องมี และ MRP มักเป็นตัวที่บังคับให้เรื่องนี้เกิดขึ้น การตรวจนับพร้อมการอนุมัติ การจัดการตำแหน่งจัดเก็บ และโหมดปรับยอด จะพาคุณไปถึงจุดนั้น แผนจะดีขึ้นตามคุณภาพข้อมูล
  • “ของที่ผลิตเองกับของที่ซื้อ อยู่ด้วยกันได้ไหม” ได้ สูตรการผลิตหลายระดับกระจายผ่านชิ้นส่วนย่อย แผนจึงจบลงที่ใบสั่งซื้อหรือใบสั่งผลิตก็ได้
  • “MRP เป็นโมดูลเสริมที่ต้องจ่ายเพิ่มไหม” ไม่ใช่ ทุกโมดูลรวมอยู่ในค่าสมัครสมาชิกทุกแพ็กเกจ ราคาเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์
  • “วัตถุดิบเรานำเข้าเป็นหลัก” ตั้งระยะเวลาส่งมอบของผู้ขายแต่ละรายได้ และต้นทุนนำเข้า เช่น ค่าขนส่ง อากรขาเข้า และค่าดำเนินพิธีการ ถูกปันส่วนเข้าต้นทุนสินค้าอัตโนมัติ มูลค่าสต๊อกจึงเป็นต้นทุนที่ของชิ้นนั้นมาถึงคลังจริง
  • “แล้วใครดูแลเราในประเทศไทย” Vibe Crafted Software เป็นพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายและผู้ดูแลระบบในประเทศไทย ทำงานตามเวลาทำการไทย โดยมีทีม QuickEasy ซึ่งสร้างระบบธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1998 หนุนอยู่ด้านหลัง

ดู MRP ทำงานกับออเดอร์จริงของคุณ

บอกเราว่าวันนี้คุณตัดสินใจสั่งซื้ออย่างไร แล้วเราจะแสดงให้ดูว่าการตัดสินใจเดียวกันเกิดขึ้นใน QuickEasy BOS อย่างไร